Make your own free website on Tripod.com

Menu SideLook

ช่างปั้นหม้อใจกล้า

                "ลาของฉันหายไปไหน?" ช่างปั้นหม้อถามหาลาที่เคยใช้งานทุกวัน ลาของเขาได้หายไปและเขาเที่ยวเดินตามหามันทั่วทุกหนทุกแห่งจวนจะพลบค่ำแล้ว
                และพายุฝนตั้งเค้ามา ฝนได้เริ่มตกโปรยปรายและมีเสียงฟ้าร้องกึกก้องบนเนินเขาและรอบ ๆ เนินเขา ในที่สุดช่างปั้นหม้อก็มองเห็นสัตว์ตัวหนึ่งนอนอยู่ริมฝาผนังของกระท่อม "ลาของฉัน" เขาร้องและเดินไปที่สัตว์นั้น เอามือจับหูมันไว้ข้างหนึ่งและตีมันแล้วแบกมันใส่บ่าและเอากลับไปผูกไว้ที่หลักนอกกระท่อมของเขา               

donkey.gif (1960 bytes)

tiger.gif (6624 bytes)

                ครั้นรุ่งเช้าพายุก็สงบ และแสงแดดส่องสว่างอีกครั้งหนึ่ง ภรรยาช่างปั้นหม้อตื่นนอนและมองออกไปทางหน้าต่าง "ลุกขึ้นเร็ว ๆ เข้าเถอะตา" นางเรียกสามีอย่างตื่นเต้น "มีเสือตัวหนึ่งผูกติดอยู่ที่หลักนอกกระท่อมของเรา"ช่างปั้นหม้อก็ตกใจกลัวจนตัวสั่นเมื่อคิดว่าเขาได้ตีเสือเสียสบักสบอมเมื่อตอนกลางคืน
               ในไม่ช้าชาวบ้านทั้งหมู่บ้านก็ทราบเรื่องที่แปลกประหลาดนี้ละต่อมาอีกไม่นานนักพระราชาก็ทรงทราบเรื่องนี้ด้วย พระราชาเสด็จมาจากพระราชวังเพื่อจะเยี่ยมเยียนชายผู้กล้าหาญ ที่สามารถจับเสือได้ด้วยมือเปล่า
                "ฉันต้องการคนกล้า ๆ เช่นนี้ในหมู่บ้านของเรา" พระราชาตรัสและได้ประทานบ้านหลังใหญ่หลังหนึ่งให้ช่างปั้นหม้อ และที่ดินมากมายและเงินทองพอที่จะเลี้ยงชีพ และให้เขามีอำนาจควบคุมม้าในกองทัพได้พันตัว
                คราวนี้ ช่างปั้นหม้อและภรรยาก็กลับกลายเป็นเศรษฐีมีทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาต้องการ ทั้งสองคนอยู่ด้วยความสุขจนกระทั่งอยู่มาวันหนึ่งพระราชาของประเทศใกล้เคียงได้ทำสงครามกับพระราชาองค์นี้ และยกทัพใหญ่มาบุกรุกประเทศพระราชาทรงเรียก พวกเจ้านายมาพร้อมหน้ากันและตรัสถามว่าใครจะเป็นผู้นำกองทหารเข้าต่อสู้กับพวกศัตรู แต่ไม่มีใครยอมรับตำแหน่งนี้เพราะทราบว่ากองทัพของพระราชาไม่ได้เตรียมพร้อม แล้วก็ทรงระลึกถึงช่างปั้นหม้อในหมู่บ้านได้    
                "ช่างปั้นหม้อที่สามารถจับเสือได้ด้วยมือเปล่าจะสามารถเป็นแม่ทัพของฉันได้แน่" พระราชาทรงคิดแล้วทรงเรียกช่างปั้นหม้อมาที่พระราชวังและบอกเขาว่า จะทรงแต่งตั้งเขาเป็นแม่ทัพ ช่างปั้นหม้อไม่กล้าปฏิเสธและรับตกลงว่าจะนำกองทัพของพระราชาเข้าต่อสู้กับศัตรู พระราชาตรัสว่าจะส่งม้าตัวหนึ่งมาให้เขาขี่นำกองทหารไป
                "ยายเอย…นี่เราจะทำอย่างไรดี?" ช่างปั้นหม้อบอกภรรยาเมื่อกลับไปถึงบ้าน "ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยขี่ม้าเลยสักครั้งเดียว ข้ารู้สึกกลัวเหลือเกินที่จะต้องนำทหารตั้งพันคนเข้าสู้รบ เออ เรานี่ช่างหาเรื่องใส่ตัวแท้ ๆ อยู่ดี ๆ ไม่ว่าดีอุตริไปจับเสือมาผูกไว้จนใคร ๆ คิดว่าเราเป็นคนกล้า
                ภรรยาของเขาตอบว่า "เมื่อพระราชาส่งม้ามาให้ท่านต้องบอกว่าท่านจะขี่ม้าออกไปสำรวจดูกำลังข้าศึกก่อนที่จะสู้รบ แล้วฉันจะช่วยท่านขึ้นนั่งหลังม้าและท่านจะขี่ม้าได้"
                ในเวลาเช้าพระราชาก็ให้มหาดเล็กนำม้ามาให้ช่างปั้นหม้อ เป็นม้าสีดำท่าทางคึกคะนองภรรยาช่างปั้นหม้อหาเชือกมาและช่วยสามีให้ขึ้นนั้งบนหลังม้าแล้วเอาเชือกมัดเข้าติดกับอานม้า นางเอาเชือกพันรอบเอวสามีและผูกติดกับลำตัวม้า แล้วเอาเท้าของเขาวางที่โกลน ม้านั้นทำพยศหน้าหกหลัง แล้วก็ออกวิ่งสุดฝีเท้าไปที่ประตุ วิ่งผ่านถนนในหมู่บ้าน ข้ามไร่นาไป ช่างปั้นหม้อตกใจกลัวและเอามือทั้งสองข้างจับม้าไว้แน่น
                พวกศัตรูตั้งค่ายพักในบริเวณเนินเขาที่อยู่ห่างไกล ขณะที่ม้าของช่างปั้นหม้อวิ่งเข้าไปใกล้เนินเขา ช่างปั้นหม้อก็ยิ่งตกใจกลัวมากขึ้นทุกที่ เวลานี้เขามองเห็นค่ายพักของศัตรูแล้ว ช่างปั้นหม้อจึงพยายามให้ม้าหยุดวิ่ง ช่างปั้นหม้อจับต้นไทรเล็ก ๆ ต้นหนึ่งขณะที่ม้าวิ่งผ่านไป แต่ม้าไม่ยอมหยุดวิ่ง ต้นไม้นั้นก็เลยหลุดออกจากรากติดมือเขาไป ช่างปั้นหม้อขี่ม้าต่อไปและโบกต้นไม้ต้นเล็ก ๆ นั้นในมือ
                ทหารยามของพวกศัตรูเห็นเขาควบม้าจึงร้องว่า "มียักษ์ตนหนึ่งขี่ม้าสีดำตัวใหญ่ มันถอนต้นไม้ติดมือมาด้วย คงจะเป็นทหารในกองทัพของพระราชา
                พวกทหารที่ได้ยินเสียงร้องของทหารยากก็บอกต่อๆ กันไปและเราก็ทราบกันแล้วว่าปากคนเรายาวกว่าปากกา ยิ่งพูดเรื่องที่เล่าก็ยิ่งผิดไปจากความจริง "กองทัพยักษ์กำลังมาต่อสู้กับเรา พวกเหล่านั้นถือต้นไม้ติดมือมาทั้งป่า" พวกเหล่านั้นร้องและพากันหนีอย่างไม่คิดชีวิต
                เมื่อช่างปั้นหม้อควบม้าไปถึงค่ายพักก็เห็นทหารหนีไปหมด ในที่สุดม้าเหนื่อยมันจึงหยุดวิ่ง ช่างปั้นหม้อแก้เชือกที่ผูกเขาติดกับหลังม้าออก และเข้าไปในค่ายที่ใหญ่ที่สุด และเขาพบจดหมายฉบับที่พวกศัตรูเขียนบอกไว้ว่าเขายอมแพ้
                "ดีจริง เราสามารถรบได้โดยง่าย ฉันสามารถจะต่อสู้พวกศัตรูได้คนเดียว
                เขานำจดหมายกลับบ้าน และเมื่อถึงบ้านแล้วก็ส่งจดหมายนั้นไปถวายพระราชา เมื่อพระราชาทรงทราบว่าช่างปั้นหม้อสามารถทำให้พวกศัตรู หนีไปได้โดยไม่ต้อง ใช้กำลังทหารเลย ก็ทรงชื่นชมยินดีจึงตรัสให้หาตัวชายปั้นหม้อมาที่พระราชวังแล้วประทาน ทรัพย์สินเงินทองให้เขามากมาย
                ช่างปั้นหม้อเดินไปที่พระราชวัง และตามทางที่ผ่านไปพวกชาวบ้านได้พากันมายกย่องสรรเสริญเขา "ดูช่างปั้นหม้อผู้กล้าหาญสิ" พวกชาวบ้านร้อง "เขาเป็นคนสุภาพเรียบร้อยและกล้าหาญ เพราะถึงแม้ว่าเขาจะควบคุมม้าตั้งพันตัวเขาก็ยังเดินไปที่พระราชวัง" หลังจากนี้ช่างปั้นหม้อก็มีชีวิตอยู่ด้วยความผาสุก และเขาไม่เคยขี่มาอีกเลยตลอดชีวิตของเขา